ดูซีรี่ย์: Detention อาถรรพ์โรงเรียนเลือด

ดูซีรี่ย์: Detention อาถรรพ์โรงเรียนเลือด ซีรีส์ไต้หวัน ดัดแปลงจากเกมสยองขวัญในชื่อเดียวกัน เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว ก่อนจะกลายมาเป็นซีรีส์ล่าสุดนี้ ซึ่งจะฉายใน Netflix แบบอัพเดทสัปดาห์ละตอน

ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ จะเป็นเรื่องราวของ ฟานรุ่ยซิง จากในยุค 1962 สำหรับในฉบับซีรีส์ จะเป็นการเล่าในยุค 1990s บอกเล่าเรื่องราวของ หลิวอวิ๋นเซียง ที่ย้ายเข้ามาในโรงเรียนกรีนวูดแห่งเดียวกัน

Detention Netflix เรื่องย่อ

เรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมปลายกรีนวูด ที่อยู่ในชนบทของไต้หวัน แต่เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในด้านการเรียน อย่างไรก็ตามที่นี่กลับใช้ระบบการศึกษาที่รุนแรง และแนวคิดแบบเอียงขวาจัด รวมถึงยังมีประวัติศาสตร์ดำมืดที่ซุกซ่อนเอาไว้ด้วย

ซีรีส์จับความในปี 1999 เมื่อนักเรียนหญิงแลกเปลี่ยนคนหนึ่งคือ หลิวอวิ๋นเซียง ได้ย้ายจากเมืองหลวงไทเปพร้อมกับแม่เข้ามาเรียนที่กรีนวูด เธอมีความสามารถพิเศษบางอย่างที่ไม่สามารถบอกให้ใครเชื่อได้ นั่นคือการสื่อกับวิญญาณ ซึ่งเมื่อเธอเข้ามาที่โรงเรียนนี้ ก็ได้สื่อสารกับวิญญาณของนักเรียนหญิงรุ่นพี่คนหนึ่งที่ตายไปแล้ว คือ ฟานรุ่ยซิน การตายของเธอเป็นปริศนาดำมืดที่ถูกปกปิดไว้เมื่อ 30 ปีก่อน

หลิวอวิ๋นเซียง ได้พบกับ ฟานรุ่ยซิน แล้วทั้งสองก็ร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของกันและกัน แล้วทั้งสองคนยังมีความรู้สึกเชื่อมโยงกันเมื่อได้เห็นความคิดของอีกฝ่าย แต่ยิ่งนานวันเข้ามันกลับไปกระตุ้นความคับข้องใจและแรงริษยาของรุ่ยซินให้ประทุออกมา นั่นจึงทำให้ความขัดแย้งระหว่างเด็กหญิงที่อยู่กันคนละภพเกิดขึ้น ซึ่งก็จะนำไปสู่หายนะของคนรอบข้างด้วย

ซีรีส์ดัดแปลงมาจากเกมสยองขวัญแนววัยรุ่นของไต้หวัน ด้านเนื้อหาต้องเรียกได้ว่า มีความเชื่อมโยงกับชีวิตวัยรุ่นเอามากๆ ทั้งด้านการวิพากษ์ระบบการศึกษา สังคมในวัยเรียน ความรักวัยรุ่น ความรักข้ามรุ่นครูอาจารย์ รวมถึงปัญหาเรื่องความมีตัวนตนของวัยรุ่นด้วย

Detention Netflix รีวิว อาถรรพ์โรงเรียนเลือดตัวเรื่องเปิดมาช่วงแรก ดูเหมือนจะเน้นไปที่บรรยากาศสยองขวัญ จนดูเหมือนจะเป็นเรื่องแนวผีๆ แบบสุดกู่ แต่หลังจากตอนที่ 2 ไปแล้ว บรรยากาศของเรื่องก็เปลี่ยนไปเลย หลังจากนางเอกอย่าง หลิวอวิ๋นเซียงได้พบกับผีรุ่นพี่อย่างฟานรุ่ยซิน แล้วตกลงร่วมมือบางอย่างกัน ตัวซีรีส์ก็เริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นแนวดราม่าวัยรุ่น ไปจนถึงแนวรักๆ ใคร่ๆ ไปด้วย ส่วนเรื่องแนวผีปีศาจในเรื่องก็ยังเป็นประเด็นอยู่ เพียงแต่ดูเหมือนจะเป็นเพียงแบ็กกราวด์ของเรื่องมากกว่าจะไปเน้นที่บทความน่ากลัวอีก

ที่จริงแล้วการเปลี่ยนจากแนวจากเรื่องแนวสยองขวัญไปเป็นแนวดราม่าวัยรุ่น ก็ไม่ใช่ว่าทำไม่ดี การเล่าเรื่องในส่วนดราม่าทำได้ดีด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าทำให้เราค่อยๆ ดูความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างหญิงสาวตัวเอกทั้งสอง รวมถึงจุดเริ่มของความขัดแย้งระหว่างทั้งสองคน และอาจจะทำให้คนดูเริ่มคิดได้ว่า ที่จริงแล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ภูตผีหรือสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น แต่สิ่งที่ร้ายกาจที่สุดคือ “มนุษย์” มากกว่า

เพราะเอาเข้าจริง ตัวผีในเรื่องอย่างรุ่ยซิน จะไม่มีพิษสงอะไรเลย ถ้าไม่มีความร่วมมือจากมนุษย์ แบบที่เธอร่วมมือกับอวิ๋นเซียงในช่วงแรก ก่อนจะค่อยๆ หาทางกลืนตัวตนอีกฝ่ายทีละน้อย ซึ่งตัวซีรีส์ก็มีการเล่นประเด็นเกี่ยวกับการที่วัยรุ่นจำนวนมากต่างก็สูญเสียตัวตนของตนเองในสถานบันการศึกษาอย่างโรงเรียนไปหมด แทนที่จะได้แสดงความเป็นตัวเองออกมา เหมือนอย่างตัวของอวิ๋นเซียงที่เปิดมาตอนแรกแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กสาวที่ไม่มั่นใจในตนเอง แต่ก็ยังมีตัวตนที่ชัดเจน ก่อนจะค่อยๆถูกสังคมในโรงเรียนกลืนเอา แล้วยังมาถูกตัวตนของรุ่ยซินกลืนเอาอีกทอดหนึ่ง

ตัวเรื่องยังนำเสนอให้เห็นว่า ปัญหาต่างๆในเรื่องที่เกิดขึ้น จนกลายเป็นคำสาปและวิญญาณร้ายที่สถิตอยู่ในอาคารเก่าของโรงเรียน ที่จริงแล้วมันจะไม่เกิดขึ้นหากไม่ใช่เพราะฝีมือของผู้หญิงที่เอาแนวคิดต่างๆ ทั้งชาตินิยมแบบเอียงขวา อำนาจนิยม และอื่นๆ มากดข่มเด็กไว้

แต่ในทางตรงกันข้าม ฝั่งที่เรียกตนเองว่าเสรีนิยมที่ดูผิวเผินเหมือนจะเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงตัวตน และเข้ากับเด็กง่าย แบบอาจารย์เฉินหัว อาจารย์หนุ่มไฟแรงในเรื่อง แต่เขากลับใช้โอกาสนี้ในการหาเศษหาเลยกับเด็กสาวๆ อย่างอวิ๋นเซียงที่ไร้เดียงสาและไม่รู้ประสาเรื่องผู้ชายมากพอ ก็ถูกพะน้อพะเน้าจงหลงใหลไปได้ง่ายๆ

ส่วนจุดด้อยก็มีอยู่ไม่น้อย เช่น ฉาก CG วิญญาณร้าย ก็ทำออกมาแล้วพอดูไปนานๆ กลับดูตลกมากกว่าจะดูน่ากลัว รวมถึงการดินเรื่องที่อาจจะทำให้รู้สึกว่าปรับอารมณ์แทบไม่ทันเกินไปหน่อย แม้จะเป็นข้อดีที่ทำให้เรื่องไม่ได้เน้นไปที่เรื่องผีสางจนเกินเหตุ ด้านนักแสดง ถือว่าทำได้ดีในระดับกลางๆ แม้จะไม่ถึงขั้นแสดงขั้นเทพอะไร แต่ก็ไม่ได้แย่มากมายนัก